ข่าวเด็นประจำวัน | ข่าวด่วน | วีดีโอ | เพลงออนไลน์ | เว็บบอร์ดประจำ | ภาพยนต์ | บอร์ดดาราเอเซีย | เกมส์ | เกมส์ออนไลน์ | Forward Mail | ฝากรูป | ดูทั้งหมด
Login สมาชิก :    แก้ไขสมาชิก | ออกจากระบบ  Online : 1 คน

ผู้หญิงสวย...ต้องคิดบวก
คลิ๊กที่ภาพหากอยากดูรูปเด็ดๆ


วันนี้เราจะพามารู้จักอีกหนึ่งบทบาทของสาวเก่งคนนี้ ที่เจ้าตัวบอกว่าท้าทายความสามารถมากๆ นอกจากนี้ยังมาร่วมไขความลับเรื่องหัวใจ ที่เจ้าตัวบอกว่าไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน

ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้างค่ะ?

แพร : ตอนนี้ก็รับเป็น guess speaker ให้กับงานอีเว้นต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสาธิตการทำอาหารเพื่อสุขภาพ หรือร่วมให้ความรู้ทางโภชนาการ ส่วนธุรกิจส่วนตัว ตอนนี้ก็เปิดคลาสสอนทำอาหารที่บ้าน ใช้ชื่อว่า My Place Cooking @ home เป็นคลาสสำหรับเด็กและคนที่ทำอาหารไม่เป็น ซึ่งทุกเมนูที่เอามาสอนเป็นสูตรที่แพรคิดเอง โดยจะเน้นแบบที่ง่ายๆไม่ซับซ้อน แต่ทำออกมาแล้วดูดีที่สำคัญยังเน้นการทำอาหารแบบ semi homemade cooking คือ การนำอาหารสดมาผสมกับอาหารสำเร็จรูป เพื่อประหยัดเวลาในการทำ และสอดรับกับวิถีของคนในปัจจุบันที่ไม่ค่อยมีเวลามากขึ้น

ทราบมาว่าตอนนี้กำลังเข้ามาสู่อีกบทบาทหนึ่งที่ท้าทาย?

แพร : ใช่ค่ะ ตอนนี้แพรมาทำงานเป็นพาร์ทไทม์ เป็นพีอาร์ให้กับคอนโดแห่งหนึ่ง โดยแพรจะดูแลอยู่หลักๆ 2 โครงการด้วยกัน ซึ่งโดยส่วนตัวแพรเป็นคนชอบทำงานด้านบริการอยู่แล้ว ผนวกกับที่ตัวเองเป็นคนรู้จักคนเยอะ ก็เลยรู้สึกน่าจะทำได้ และดูท้าทายความสามารถของเรา ซึ่งพอมาได้ประมาณ 5 เดือน ก็รู้สึกว่าสนุกมาก เป็นงานที่ไม่จำเจ ได้เจออะไรใหม่ๆทุกวัน

 

ทำไมถึงฉีกแนวไปเลย ทั้งที่ปกติจะเห็นคลุกคลีอยู่กับแวดวงอาหาร?

แพร : ต้องบอกว่าเป็นความบังเอิญและเป็นโอกาสที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมากกว่า ซึ่งเราก็เลือกที่จะรับมันไว้ เพราะจริงๆแพรก็เป็นพีอาร์ให้กับร้านอาหารของตัวเองอยู่แล้ว คราวนี้เพียงแค่เราเปลี่ยนmessage ที่จะพูดถึงสินค้าของเราเท่านั้น แต่แพรก็ไม่ได้ทิ้งสิ่งที่แพรรักนั่นคือการทำอาหาร เพียงแต่เราเปิดรับโอกาสที่เข้ามามากกว่า ซึ่งหลังจากที่ร้านอาหารของแพรปิดตัวลง เพราะทนกับพิษเศรษฐกิจไม่ไหว แพรเองยังรู้สึกว่าอยากที่จะนำความรู้ที่มีมาแบ่งปันให้คนอื่น โดยเฉพาะเด็กๆ เพราะแพรเชื่อว่าเด็กเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้ ดังนั้นถ้าเราปลูกฝังวิธีคิด วิธีทานอาหารที่ถูกต้องให้กับเขา ก็จะส่งผลดีต่อทั้งตัวเด็กและพ่อแม่ ทั้งเรื่องการฝึกสมาธิ เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ และเป็นการส่งเสริมการทำกิจกรรมในครอบครัวร่วมกันอีกด้วย

ทำงานมากขนาดนี้ แบ่งเวลาในการดูแลตัวเองยังไงบ้างค่ะ?

แพร : แพรเป็นคนตื่นเช้ามาก ออกกำลังกายทุกวัน เชื่อมั้ยค่ะว่าตอนเด็กๆแพรเป็นเด็กยักษ์ อ้วนมากๆ จำได้ว่าตอนอยู่ป.6 (อายุ 12 ปี) น้ำหนัก 65 กก. เพราะเรากินเยอะ แล้วกินแต่ของไม่มีประโยชน์ จนพอโตขึ้นเราเริ่มออกกำลังกาย เล่นกีฬาทุกประเภท มีประสบการณ์การลดความอ้วนมาทุกรูปแบบ ซึ่งการออกกำลังเยอะ ก็ทำให้น้ำหนักลดเยอะจริง แต่พอหยุดก็กลับมาอ้วนอีก แค่กินลมก็ยังอ้วนเลย เราเลยเริ่มกลับมาคิด จนพบว่าเราควรทำอะไรให้อยู่ในความพอดีดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นการกินหรือออกกำลังกาย

แล้วทำไมถึงกันมาเล่นโยคะแบบจริงจัง?

แพร :? จริงๆแล้วเคยเล่นโยคะมานานแล้ว แต่ตอนนั้นเพราะหักโหมเกินไป ทำให้บาดเจ็บ เพราะเล่นผิดท่า คิดแต่ว่าเราต้องทำให้ได้เหมือนครู ซึ่งพอฝืนธรรมชาติไปเราก็เจ็บตัวเอง แต่ตอนนี้ที่กลับมาเล่นใหม่ เพราะได้แรงบันดาลใจมากเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ซึ่งเขามีรูปร่างดีมาก แม้จะมีลูกแล้ว เราเลยตัดสินใจกลับมาเล่นโยคะแบบจริงจังอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้ก็เล่นมาได้ประมาณ 3 เดือนแล้ว

โยคะทำให้เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง?

แพร : ทำให้แพรค้นพบอะไรหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องการฝึกสมาธิ ควบคุมลมหายใจ รู้ว่าควรทำอะไรแต่พอดี เล่นแต่พอดีไม่หักโหม เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสมดุล ที่สำคัญคือช่วยสอนในเรื่องวิธีการคิด เพราะการเล่นโยคะต้องนิ่งและมีสมาธิ ทำให้ใจของเราสงบและมีสติ

 

ปกติเวลาเครียด มีวิธีจัดการปัญหายังไง?

แพร : ส่วนตัวแพรเป็นคนชอบศึกษาธรรมะอยู่แล้ว ทุกคืนก่อนนอนจะอ่านหนังสือธรรมะ หรือหนังสือ how to เพื่อฝึกวิธีคิดของเรา ที่สำคัญแพรจะพยายามไม่อยู่กับความทุกข์นาน เพราะแต่ละวันเราต้องเจอคนหลากหลาย ซึ่งแม้ว่าทุกคนจะดูมีความสุข แต่แพรเชื่อว่าแต่ละคนก็มีความทุกข์เป็นของตัวเอง ปัญหาของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน แต่อยู่ที่ตัวเราจะคิดอย่างไร เพื่อทำให้ตัวเองมีความสุข และอยู่กับความทุกข์น้อยที่สุด แพรคิดว่าการที่คนเรามีความทุกข์ เพราะเราลืมคิดไปว่าตัวเองมีคุณค่า เอาแต่โทษตัวเอง หมดอะไรตายยาก ตรงนี้ต้องฝึกว่าเราจะมีวิธีคิดอย่างไรเพื่อให้เห็นคุณค่าในตัวเอง ซึ่งมันต้องเริ่มจากการรู้จักตัวเอง รู้จักให้กำลังใจ และให้เวลากับตัวเองเยอะๆ พยายามมีสติ เรียกสติของตัวเองกลับมา ก็จะทำให้เรามีความสุข ไม่เครียด

 

คิดว่าทุกวันนี้ตัวเองมีความสุขหรือยังค่ะ?

แพร : ต้องบอกว่าทุกวันนี้ถือว่าแพรโชคดีมาก ด้วยโอกาสและจังหวะชีวิต ทำให้แพรมีวันนี้ ถามว่ามีgoal สูงสุดในชีวิตมั้ย ตอบว่าไม่มี เราเป็นคนทำอะไรไมคาดหวัง คิดแต่ว่าต้องทำวันนี้ให้ในดีที่สุด เก็บเกี่ยวประสบการณ์ แล้ววิ่งหาโอกาสที่เข้ามา ช่วงเวลาของชีวิตคนเรามีขึ้นมีลง ช่วงมันลงเราก็ต้องทำใจ แต่ถ้าเป็นช่วงขึ้นเราก็ต้องเก็บเกี่ยวสิ่งที่เข้ามาไว้ให้มากที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่าในอนาคตอะไรจะเกิดขึ้น แต่ก็คิดว่าตั้งแต่เกิดมา เราก็คิดดีทำดีมาตลอด ทุกวันนี้ก้โชคดีได้ทำในสิ่งที่ชอบ

ตอนนี้ยังมีอะไรที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำมั้ยคะ?

แพร : อยากเป็นพิธีกรทำอาหารตามรายการทีวี เพราะอย่างที่บอกว่าแพรอยากเอาความรู้ความสามารที่มีมาแบ่งปันให้คนอื่น ที่ผ่านมาแพรก็เป็นพิธีกร ให้กับรายการ Design World ในช่วง Food ซึ่งแพรชอบมาก ซึ่งแพรรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่ Food Stylist แต่เราเป็นครีเอทเตอร์มากกว่า

วางแผนอนาคตไว้อย่างไรบ้าง?

แพร : ต้องบอกก่อนว่าแพรไม่ใช่นักธุรกิจ ถ้าเราไม่มีโอกาสหรือคนสนับสนุนเราก็มาไม่ได้ถึงตรงนี้ เราใช้ความสามารถส่วนตัวในการทำอาชีพ เช่นทำอาหารหรือทำพีอาร์ เราเป็นคนชอบสื่อสาร แต่ไม่รู้ว่าเราจะทำได้ดีขนาดไหน รู้แต่ว่าอยากทำอะไรให้เกิดประโยชน์กับคนอื่นเท่านั้น

เรื่องหัวใจหล่ะ ตอนนี้มีคนมาดูแลหรือยัง?

แพร : สำหรับแพร แพรคิดว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อนเป็นความสัมพันธ์ดีที่สุด เรื่องความสัมพันธ์เป็นสิ่งที่พูดยาก relationship ของแต่ละคนไม่มี pattern ความต้องการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนอาจมองว่าคนนั้นดีคนนั้นไม่ดี ซึ่งสำหรับแพร แพรรู้สึกว่าถ้าเราคบคนดี ในที่สุดไม่ว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันหรือไม่ เราก็ไม่เสียใจ เพราะการที่คนสองคนจะอยู่ด้วยกันได้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย คือตอนใหม่ ความรู้สึกรักหรือชอบกันมันเป้นเรื่องง่าย แต่การที่จะรักษาความสัมพันธ์จริงๆ หรือยอมรับความไม่ดีของอีกฝ่ายนั้นมันเป็นเรื่องยาก แพรคิดว่าคนที่จะอยู่ด้วยกันอย่างน้อย lifestyle ต้องไปด้วยกันได้ วิธีคิดต้องสอดคล้อง ศีลธรรมมันต้องเท่าๆกัน การอยู่ด้วยกันมันจะทั้งจากเป็น และจากตาย จากเป็นก็คือเลิกกัน จากตายก็คืออยู่ด้วยกันไปจนชั่วชีวิต แล้วก็ตาย ก็เศร้าอยู่ดี ไม่ว่าจากอะไรก็เศร้าอยู่ดี เพราะฉะนั้นถ้าเราเอาตัวเองไปยึดติดกะใครคนหนึ่งแล้วมันเศร้า คือเราก็เป็นเรา ถ้าเรามีอีกคนหนึ่งก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน คำว่าเพื่อน หรือ companionship ในที่นี้ คือ ไม่จำเป็นว่าต้องลงเอยว่าเราจะต้องอยู่ด้วยกัน เพราะแม้จะอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขมาก แต่พอตายไปก็เศร้าอยู่ดี ดังนั้นมื่อเรามีความสุขก็เตรียมพร้อมกับความเศร้า และต้องมีความสุขกับช่วงเวลานั้น

 

สุดท้ายอยากให้นิยามความเป็นผู้หญิงที่ชื่อ "ดวงกมล เวปุลละ"?

แพร : แพรจะบอกว่าสิ่งที่เห็น ไม่ใช่สิ่งที่เป็น ที่เห็นแพรแต่งตัวเยอะ ออกงานสังคม แล้วต้องเป็นไฮโซ ติดหรูใช้ของแบรนด์เนม ที่จริงๆแล้วเราต้องทำเพราะมันเอื้อกับงานที่เราทำอยู่ แต่ถ้าถามว่าตัวตนที่แท้จริงของแพรเป็นยังไง แพรเป็นคนใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ใช่ไฮโซ หรือเซเล็บ เป็นคนชอบแต่งตัว ใส่เสื้อผ้าได้ทั้งของแพงและถูก เป็นคนไม่ใช้เงินเกินตัว มีเยอะใช้เยอะมีน้อยใช้น้อย เป็นคนชอบเที่ยว หาประสบการณ์ใหม่ ตีกอล์ฟ ทานอาหารอร่อยๆ เท่านี้พอ

ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงที่ชื่อ แพร- ดวงกมล เวปุลละ ไฮโซสาว หรือ เซเล็บลิตี้ในคราบแม่ครัวหัวเห็ดที่เราคุ้นชินกับความสวยใสสุขภาพดีของเธอตามงานต่างๆนั้น จะมีหลักคิดเพื่อการดำเนินชีวิตให้เป็นสุขอย่างน่าสนใจแบบนี้ งานนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมทุกครั้งที่มีโอกาสพบเห็นเธอตามงานต่างๆ ใบหน้าของเธอจะไม่เคยปราศจากรอยยิ้มที่สดใสเลย

พิมพ์หน้านี้
แท็ก: ต้องคิดบวก 2009-05-07 20:42:41 ที่มา:
อยากผิวขาวหน้าใส คลิ๊ก
สวย เซ็กซี่
 
 
รำคาญข้อความโฆษณา หรือ พบข้อความไม่เหมาะสม ในหน้านี้ กรุณาช่วย คลิ๊ก
 
แสดงความคิดเห็น
โดย :
แทรกรูปการ์ตูน:
แสดงความเห็น :
โค้ด :
กรุณานำตัวเลขด้านบน กรอกในช่องว่างด้วยคะ
 
รำคาญข้อความโฆษณา หรือ พบข้อความไม่เหมาะสม ในหน้านี้ กรุณาช่วย คลิก
 
ข้อความทีท่าน ได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ admin@sodazaa.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอขอบพระคุณ